Make your own free website on Tripod.com

 

ศูนย์เฝ้าระวังทาง...
บรรณาธิการ
ห้องรับแขก
ฉลาดบริโภค
บอกเล่าเก้าสิบ
ร่วมด้วยช่วยสังคม
ข่าวคนดี
แสดงความคิดเห็น

 

สื่อโฆษณา

สื่อโฆษณา ข้าวกล้อง โมเดิร์นฮิปปี้

 


 

หน้าจอโทรทัศน์ในปัจจุบันนี้ กลายเป็นสนามแข่งกันขายสินค้า ซึ่งนับวันจะรุนแรงและเผ็ดร้อนขึ้นเรื่อย จะเห็นว่ามีโฆษณาสารพัดผ่านสู่สายตาของผู้ชมครั้งแล้วครั้งเล่า ยัดเอาข้อมูลข่าวสารขยะที่มุ่งเน้นให้เกิดการบริโภคสินค้าไม่รู้จบ

โฆษณาจึงเป็นบริวารที่ซื่อสัตย์และแนบแน่นกับสังคมบริโภคชนิดขาดออกจากกันไม่ได้ โฆษณาจะต้องโน้มน้าวให้ผู้บริโภคสนใจซื้อสินค้าโดยไม่ต้องคำนึงว่ามันจะมีความจำเป็นในชีวิตประจำวันหรือไม่ และถ้าทำให้เกิดความรู้สึกว่า ถ้าไม่ได้ซื้อสินค้าที่มีการโฆษณาแล้ว จะกลายเป็นคนเชย ล้าสมัย ไร้รสนิยม ได้แล้ว โฆษณาดังกล่าวถือว่า ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด

ในยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดนนี้ การโฆษณาได้พัฒนาตัวเองขึ้นมา เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก      การโฆษณาสินค้าอย่างธรรมดา บอกสรรพคุณดีเด่นเลิศลอย จนบางครั้งเกินความจริง เริ่มไม่ได้รับความสนใจและเชื่อถือ ผลที่สุดไม่ซื้อสินค้าตัวนั้น เพราะผู้บริโภคมีข้อมูลในการตัดสินใจมากขึ้น

รูปแบบการโฆษณาจึงต้องไม่ใช่แค่นำเสนอขายสินค้าอย่างตรงไปตรงมาแล้ว วิธีการหนึ่งที่นักโฆษณาได้ทดลองเอามาใช้กับงานและได้ผลค่อนข้างดีเสียด้วย นั่นคือ ทำให้ผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วม โฆษณาสร้างค่านิยมใหม่ให้เกิดขึ้นในใจของผู้รับสาร จากสิ่งที่ไม่ได้มีความจำเป็นในชีวิตประจำวันเลย กลายเป็นสิ่งที่ต้องมีไว้ให้ได้ และ    เกี่ยวข้องกับชีวิตชนิดแยกขาดจากกันไม่ได้ โดยที่คนรับสารเหล่านั้นอาจจะไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ

ในขณะเดียวกันการแข่งขันระหว่างสินค้ากับสินค้าทวีความเข้มข้นเรื่อย ๆ นอกจากการสร้างค่านิยมแล้ว ยังต้องสร้างความจดจำให้เกิดขึ้นพร้อมด้วย โดยมีเงื่อนไขของเวลาเข้ามาเอี่ยวเสมอ โดยเฉพาะการนำเสนอขายสินค้าผ่านสื่อโทรทัศน์

ทั้งนี้เพราะค่าเช่าเวลาออกอากาศ เพียงไม่กี่วินาทีในแต่ละครั้งที่โฆษณาถูกส่งสู่สายตาของผู้ชม หมายถึง         งบประมาณจำนวนเป็นล้านขึ้นไป ดังนั้นผู้รับทำโฆษณา หรือครีเอทีฟจะต้องสร้างงานชนิดชกหมัดเดียว น็อกได้     คนดูจดจำสินค้าได้ในเวลาอันรวดเร็ว และได้ข้อมูลข่าวสารที่พอเพียง ซึ่งจะจูงใจให้คนซื้อสินค้าตัวนั้น ๆ

ด้วยเงื่อนไขที่เกิดขึ้นดังกล่าว เป็นที่น่าสลดใจเสียเหลือเกินว่า โฆษณาเน้นการจดจำอย่างเดียว จนลืมความรับผิดชอบที่พึงมีกับสังคมไปพร้อมด้วย

ตัวอย่างที่ตกเป็นข่าวฮือฮา คือ โฆษณาแอร์ยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเป็นการย่ำยีและดูหมิ่นสตรีเพศ แม้เจ้าของและผู้รับทำโฆษณาให้เหตุผลว่า เป็นมุขตลก ก็มีเพียงคนบางกลุ่มเท่านั้นที่รู้สึกตลกขบขันไปกับเรื่องดังกล่าวด้วย

ในเวลาไล่เลี่ยกันโฆษณาแอร์อีกยี่ห้อหนึ่งถูกส่งออกอากาศ มาคราวนี้หนักข้อขึ้นเสียยิ่งกว่าโฆษณาชิ้นแรก เพราะแสดงภาพของการมีเพศสัมพันธ์ของคู่รักวัยรุ่นคู่หนึ่งอย่างเปิดเผย เสียดายว่า โฆษณาชิ้นนี้ไม่เป็นที่ฮือฮามากนัก ทั้งที่ภาพที่ถ่ายทอดออกมานำไปสู่ความเสื่อมเสียศีลธรรมและวัฒนธรรมมากกว่า

ที่ว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแปในการควบคุมสิ่งที่ไม่เหมาะสมเห็นจะไม่เป็นจริงก็คราวนี้ ภาพโฆษณาที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้ นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้น และหนักข้อเข้าทุกวัน เนื้อหามีทั้งความรุนแรง เรื่องเพศ นำเอาผู้หญิงมาใช้เป็นวัตถุทางเพศ อย่างจะดื่มกาแฟก็ต้องมีสาวน้อยนุ่งห่มรัดติ้ว มาบินว่อนชักชวนให้ดื่ม หรือถ้าไม่ใช้แชมพูยี่ห้อนี้จะถูกตบตี หรือใช้แอร์ยี่ห้อนี้จะทำให้ลดอุณหภูมิความขัดแย้งลง และนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์กันในที่สุด

ความคิดของครีเอทีพหรือนักโฆษณาอักเสบขึ้นทุกวัน ความคิดสร้างสรรค์ถอยหลังเข้าคลองไปเรื่อย และมุดลงไปเล่นกันใต้สะดือมากขึ้น จนสงสัยว่า มันอับจนปัญญากันแล้วหรืออย่างไร เอาเรื่องเพศ เรื่องความรุนแรง เรื่องการดูหมิ่นเหยียดหยามผู้หญิงมาใช้หากิน แล้วเผยอปากพูดอย่างหน้าไม่อายว่า เป็นความคิดสร้างสรรค์

ในเรื่องนี้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคงต้องหันมาทบทวนการกระทำของตนเองมากขึ้น หน่วยงานรัฐต้องเพิ่มความเข้มข้นในการกวดขัน และกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารที่จะส่งผ่านออกมาสู่สายตาประชาชนโดยการผ่านสื่อทุกแขนง และตระหนักในใจเสมอว่า สื่อมวลชนเป็นสถาบันการศึกษาที่สำคัญของสังคมแห่งหนึ่ง ดังนั้นหากให้ความรู้ความเข้าใจที่ผิด ๆ คนรับก็จะนำไปใช้อย่างผิด ๆ ก่อให้เกิดปัญหาของสังคมแบบแก้ไขอย่างไรก็ไม่รู้จักจบจักสิ้น

ขณะที่เอกชนก็ไม่ควรมุ่งแสวงหาผลประโยชน์แก่กลุ่มตนอย่างเดียวจนขาดความรับผิดชอบที่พึงมีแก่สังคม ในฐานะที่เป็นหน่วยย่อยในสังคมเดียวกัน

และคนในสังคมก็ต้องใช้สติและปัญญาในการใคร่ครวญพิจารณาให้มากขึ้น อย่าไปลุ่มหลงหรือปักใจเชื่ออย่างงมงาย พึงระลึกไว้ว่า เรากินข้าว ไม่ได้กินหญ้า อย่าให้ใครมาสนตะพาย จูงไปไหนก็ไปตามได้ง่าย ๆ

ทั้งนี้กลุ่มคนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คงเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชน เพราะถ้าหากเขาไม่ได้รับคำแนะนำ หรือการให้ความรู้ที่ถูกต้อง เขาจะซึมซับและเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นมากกว่าการพิจารณาด้วยปัญญา ด้วยวัยและประสบการณ์ที่ยังน้อยอยู่ เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวที่พร้อมจะถูกแต่งแต้มด้วยสารพัดสีได้ง่าย ซึ่งผู้ใหญ่คงต้องให้การดูแล ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันไม่ใช่รอให้คนใดคนหนึ่งแก้ไข หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งขจัดออกไป เพราะทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาแทบทั้งนั้น ดังนั้นจึงต้องคิดให้มากว่า การกระทำใดต่อไป จะต้องไม่เป็นการถมปัญหาให้มากขึ้นไปอีก ขณะเดียวกันก็ต้องคิดแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันให้คลายความรุนแรง ก่อนที่อะไร ๆมันจะสายเกินไปจนแก้ไขไม่ทัน

ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม